Username : Password :
  [สมัครสมาชิก][ลืมรหัสผ่าน]      
เว็บบอร์ด > ภาวนาคือชีวิต >
Text Size     
ติช นัท ฮันห์ ลมหายใจแห่งสันติ
ท่ามกลางความขัดแย้งที่ในสังคมไทย หลายคนต้องการที่ยึดเหนี่ยว หลายคนต้องการการเยียวยา ส่งผลให้โอกาสการเยือนไทยครั้งที่สองในรอบ 30 ปีของท่าน “ติช นัท ฮันห์” มีความหมายมากกว่าการเจริญกิจนิมนต์ในต่างแดน ปาฐกถาธรรมในแนวคิด “สู่ศานติสมานฉันท์” สอดคล้องกับความเป็นไปของสังคมไทยในปัจจุบัน ทำให้ 10 วันแห่งการแสดงธรรมในไทย เต็มไปด้วยคลื่นพุทธศาสนิกชนคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก

ติช นัท ฮันห์ ภิกษุชาวเวียดนาม ผู้ครองตนในลัทธิมหายาน (แบบเซน) ผู้นี้ ได้รับยกย่องจากนิตยสารไทม์ ให้เป็นบุคลที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก หนังสือของท่านเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และการแสดงธรรมของท่านแต่ละครั้งจะได้รับความสนใจจากคนทุกมุมโลก

“ท่านติช นัท ฮันห์ เป็นหนึ่งในบุคคลผู้ริเริ่มนำพุทธศาสนาออกมาสัมพันธ์กับโลกสมัยใหม่อย่างมีพลัง” พระไพศาล วิสาโล เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงท่านติช นัท ฮันห์

ตลอด 10 วันของการมาเยือนเมืองไทยของท่าน ไม่ว่าจะเป็น สวนลุมพินี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย การฝึกเจริญสติที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างแพร่หลาย ทั้งกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ และสื่อมวลชน ที่หลั่งไหลกันไปเรียนรู้ “ลมหายใจแห่งสันติ”

สื่อหลักอย่างแผ่นโปสเตอร์อันแสดงถึงเจตจำนงในการแสดงธรรมของท่าน แพร่หลายอยู่ในย่านที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ อาทิ สยามสแควร์ ถนนข้าวสาร ฯลฯ อานุภาพของตัวอักษรเพียงไม่กี่คำได้นำพาความคิดและจิตวิญญาณของชาวกรุงไปสู่ความศรัทธาและการฝึกปฏิบัติ จนเกิดปรากฏการณ์คนกรุงแอ่วเหนือเพื่อปฏิบัติธรรม เป็นจำนวนมาก

ท่านติช นัท ฮันห์ บวชเป็นภิกษุในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานนิกายเซน อายุ 23 ปี แต่แล้วต้องถูกรัฐบาลเวียดนามขับออกจากประเทศ ในฐานที่เสนอ ”กระบวนการสันติ” เพื่อหยุดสงคราม จนต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยในต่างแดนเมื่อราว 40 ปีก่อน ความโหดร้ายของสงครามในบ้านเกิดกลายเป็นพลังให้เกิดการแสวงหาความสงบ และสันติสุขภายในจิตใจของมนุษย์

“Engaged Buddhism” หรือแนวทางของพุทธศาสนาที่สัมพันธ์กับชีวิตและสังคมอย่างแนบแน่น คือแนวคิดในการสั่งสอนธรรมะแก่ประชาชนของท่านติช นัท ฮันห์ ที่มีทัศนะว่า การปฏิบัติธรรมในสมัยใหม่มิได้หมายถึงการปลีกวิเวก หรือการเดินออกจากวิถีปกติของมนุษย์ หากแต่ต้องสามารถผสานอยู่ในกิจวัตรประจำวัน และกลมกลืนไปกับทุกอิริยาบถของเรา ไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอน การทำงาน

หนังสือของท่านหลายต่อหลายเล่มทำหน้าที่สื่อสารธรรมะไปยังชาวโลกเป็นภาษาต่างๆ อาทิ เมตตาภาวนา :คำสอนว่าด้วยรัก, เดิน...วิถีแห่งสติ, ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด, เธอคือศานติ, ทางกลับคือการเดินต่อ เป็นต้น

“ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ” คือหนังสือเล่มแรกของท่านที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย จนได้รับความนิยมในวงกว้างและทำให้ท่านเป็นที่รู้จักในสังคมไทย

อีกหนึ่งวิธีคิดของท่านติช นัท ฮันห์ ที่แสดงถึงการปรับธรรมะให้สอดคล้องกับสังคมยุคใหม่ คือการตั้ง ”กลุ่มสังฆะ” หรือพุทธบริษัท 4 ที่สมกับยุคสมัย เนื่องจากท่านตระหนักดีว่าพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้จำต้องมีกลุ่มสังฆะที่เข้มแข็ง ซึ่งมิได้หมายเพียงแต่ภิกษุ หากแต่ยังต้องประกอบไปด้วยภิกษุณี สามเณร และสามเณรี อีกทั้งสิ่งสำคัญอันนำพาไปสู่หนทางแห่งความสงบสุขได้นั้น ย่อมต้องอาศัยความเอื้อเฟื้อจากเหล่า ”กัลยาณมิตร”

การปฏิบัติธรรมตามแนวทางของท่านติช นัท ฮันห์ เราจึงเห็นภาพการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

ด้วยแรงศรัทธาในคำสอนและการเผยแผ่ธรรมะที่เข้าถึงวิถีชีวิตของผู้คนชนหมู่มาก ทำให้อาศรมเล็กๆชานเมืองฝรั่งเศสที่มีไว้เพียงเพื่อการเขียนหนังสือและปลูกผักสวนครัวของท่านติช นัท ฮันห์ กลายเป็นสถานปฏิบัติธรรมในนามหมู่บ้านพลัมอันลือชื่อ

ชุมชนชาวพุทธตัวอย่าง ณ เมืองบอร์โดซ์ ที่แม้ในวันวานเป็นเพียงแหล่งพักพิงของผู้ลี้ภัย หากแต่ในปัจจุบันกาลได้แปรเปลี่ยนเป็น ”ที่พักและที่พึ่ง” ทางจิตใจแก่ชาวพุทธทั่วโลก ส่งผลให้ชื่อของ ติช นัท ฮันห์ กลายเป็นบุคคลที่น่ายกย่องในฐานะที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกได้ ”เจริญด้วยความรักและความเมตตา” ต่อกัน
กระทู้นี้ได้ถูกโหวตไปแล้ว 1 ครั้ง

ชื่อ: แปดเซียน  วันเวลา: 23/04/2552 12:11:35
 
 


 
 ความคิดเห็นที่ 1

คำสอนของพระอาจารย์ นัทฮันห์ ทำให้เรากลับมาสู่ความสันติสุขในใจ


 


ได้ฟังคำสอนท่านทีไร มีความสุขทุกที

ความคิดเห็นนี้ได้ถูกโหวตไปแล้ว 2 ครั้ง

ชื่อ: VieW2P วันเวลา: 17/08/2552 14:43:33
 
 

© 2006-2009 Buddhayan.com, All rights reserved. Sponsor by Peony Manufacturing Group Co., Ltd.
Design By ThaiUNIXwebdesign.com