วจีกรรมจะต้องระมัดระวัง วจีสุจริต แต่ละคำ แต่ละประโยคจะต้องตรึกตรองโดยรอบคอบก่อน แล้วจึงค่อยพูด ลองคิดตามคำพูดของตัวเองว่า ถ้าพูดออกมาแล้ว
จะให้ร้ายกับใครบ้างหรือเปล่า
จะทำให้อาณาจักรธรรมเสียหายหรือเปล่า
คำพูดนี้ไม่น่าจะพูดออกมาเลย
คำพูดแต่ละคำต้องระมัดระวังให้มาก ถ้อยคำเพียงคำเดียว หากพูดได้ดี สามารถสร้างชาติได้ หากพูดให้เสียหาย ก็ก่อให้เกิดสงครามทำลายไปหลายชาติ มีคำกล่าวว่า
หนึ่งคำพูดสร้างชาติ
หนึ่งคำพูดทำให้สูญเสียชาติ
ในอาณาจักรธรรม ธรรมกาลยุคขาว หนึ่งคำให้กำลังใจ ช่วยให้คนท้อแท้สูญเสียกำลังใจ กลับมามีความเชื่อมั่นอีก ทำให้หนทางการบำเพ็ญของเขาเต็มไปด้วยความหวัง มีความหวังในการเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป นี่เท่ากับขยายต่อปัญญาญาณของผู้บำเพ็ญ
หากแต่หนึ่งคำพูด ทำให้เกิดความโกรธแค้น อาจทำให้การบำเพ็ญปัญญาญาณของเขาขาดไป ทำให้เขาหมดหวังกับอาณาจักรธรรม รู้สึกว่าอาณาจักรธรรมไม่อบอุ่น ไม่ให้ความสนใจ จึงเหินห่างอาณาจักรธรรม
คำพูดไม่ถูกใจเกิดความโกรธแค้น ทำให้การบำเพ็ญปัญญาญาณของคนอื่นขาดไป ทำให้เขาระเหเร่ร่อนไปบนเส้นทางเวียนว่าย บาปกรรมนี้หนักหนามาก ดังนั้น เมธีทุกท่านต้องระมัดระวังและเข้มงวดกับคำพูด ทุกอย่างจงคิดแล้วคิดอีก จึงค่อยพูดค่อยทำ คำที่จะกล่าวออกมา ควรตรองแล้วตรองอีก
กลับมาดูเดรัจฉานที่ยังเวียนว่าย…
เดรัจฉานหากได้เกิดเป็นเดรัจฉานอีก รู้ที่จะขอขมาบาป รู้ความผิดของตนเองที่ได้กระทำไปแล้ว หรืออดีตชาติได้ทำคุณความดีแห่งเหตุปัจจัยไว้ จึงมีโอกาสได้พบพระพุทธะช่วยแปรเปลี่ยน หรือได้พบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชี้ทางนำพา มีโอกาสเดินบนเส้นทางธรรม ได้บำเพ็ญธรรมสุทธิ ภายหลังกลายมาเป็นจำพวกอสูร
หลังจากเป็นอสูรแล้ว การบำเพ็ญยิ่งทุกข์ลำบากมากขึ้นเช่นกัน ต้องเหนื่อยใจตรากตรำแรงกาย ฝึกฝนบำเพ็ญตน เพื่อชำระล้างอนุสัยในจิตตนให้หมดไป คือการบำเพ็ญภายในยิ่งทุกข์ยากยิ่งขึ้น
หลังจากเป็นอสูรแล้ว เมื่อเทียบกับตอนเป็นเดรัจฉาน ยังมีโอกาสทำคุณความดีมากกว่า พูดถึงการบำเพ็ญจิตญาณยังโชคดีกว่าเดรัจฉานมาก แต่ระหว่างการบำเพ็ญขัดเกลาจิตญาณ ความลำบากเทียบกับคนไม่ได้เลย ตลอดเวลาจะต้องระมัดระวังไม่ให้อนุสัยของตนเองเกิดขึ้น เช่น
ความคิดชั่วร้ายเกิดขึ้นอยู่หรือเปล่า
ความอยากความต้องการเกิดขึ้นหรือเปล่า
มีความคิดที่ไม่เป็นปกติวิสัยหรือเปล่า
และยังต้องระวังอสูรอื่นมาหลอกลวง มาล่อให้หลง ล่อลวงไปในทางที่ผิด ดังนั้น ระหว่างการบำเพ็ญเหนื่อยยากลำบาก
ก่อนหน้านี้ได้พูดถึงตั๊กแตน ผู้ที่จะต้องไปเกิดเป็นตั๊กแตน คือ ระหว่างมีชีวิตอยู่ อิน-หยาง พลังธาตุทั้งห้าในร่างกายพาให้เป็นไประหว่างมีชีวิตเป็นคนเย็นชา โหดร้ายทารุณ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจคน จิตใจเ******้ยมเกรียม ไม่มียางอาย ฆ่าคนไม่กระพริบตา อีกทั้งตลอดเวลาเตรียมฆ่าคนไว้เสมอ ดังนั้น จึงเกิดเป็นตั๊กแตน ให้ได้เป็นคุณลักษณะประจำของเดรัจฉาน
“ตลอดเวลาเตรียมพร้อมพกอาวุธ เตรียมพร้อมที่จะโจมตีแมลงชนิดอื่น”
นี่คือ สภาพนิสัยจำเพาะขณะมีชีวิต นำติดตัวมาเกิดเป็นเดรัจฉาน รวมเข้ากับพื้นฐานของเหตุปัจจัย จึงต้องขัดเกลาบำเพ็ญจะขอขมาบาปค่อนข้างยาก
เมธีทุกท่านยามเมื่ออยู่บ้าน เรามักจะเห็น ยุง แมลงวัน มด แมงมุม หนู สัตว์จำพวกนี้อาศัยอยู่ตามบ้านคน ใครเห็นเข้าก็เกิดความรังเกียจ ใช่หรือไม่ เกิดความขยะแขยงเป็นเรื่องปกติ มีใครบ้างเห็นแล้ว คิดอยากนำมาต้มกินแกงกิน สัตว์ที่อาศัยตามบ้านคนเหล่านี้ ทำให้เห็นแล้วเกิดความรังเกียจขึ้นทันที นี่เป็นเหตุต้นผลกรรมของสัตว์ ที่ทำให้เป็นไปตามนั้น
ขณะมีชีวิตอยู่ทำแต่สิ่งที่ร้ายที่สุด ดังนั้นจึงเกิดเป็นสัตว์ นำความคุมแค้นจากรอบด้านสู่ตัว ทุกคนเห็นแล้วต่างอยากกำจัด เห็นแล้วอยากฆ่าให้ตาย จึงเกิดยากำจัดแมลงขึ้น จึงมีการคิดค้นการบูรนำมาใช้
นี่คือ แมลงสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามครัวเรือน ขณะมีชีวิตผลสนองจากการก่อกรรมทำสิ่งชั่วร้าย นำมาบอกเมธีทุกท่าน เพื่อเกิดความหวาดเกรงคอยระมัดระวัง
ถึงแม้กลุ่มสัตว์กับมนุษย์ บางส่วนสั่งสมเกี่ยวกรรมที่ชั่วร้ายไว้ แต่ก็มีบางส่วนไม่มีเวรกรรมกันมาก่อน เมธี หากไม่รู้ว่าสัตว์เหล่านี้ อดีตได้ก่อเวรกรรมกันไว้หรือเปล่า
ดังนั้น ไม่ว่าสัตว์ชนิดใดก็ตาม เมธีทุกท่าน โปรดอย่าได้ฆ่าตามอำเภอใจ หรือใช้ยาฆ่าแมลงฆ่าทำลาย เพียงแค่ขับไล่ให้หนีไป แต่ขณะขับไล่ พยายามหาวิธีนุ่มนวล อย่าได้เกิดจิตที่โหดร้าย หรือใช้วิธีขับไล่ ทำให้เจ็บปวด จะก่อให้เกิดกรรมใหม่ขึ้น
ในกาลเวลาของการโปรดสามโลก เบื้องบนให้โอกาสกับเดรัจฉานที่จะได้แก้ตัว เมธีทุกท่าน ขอให้หมั่นขัดเกลาตนจนเกิดจิตเมตตา ถึงแม้แมงกับแมลงบางอย่างทำให้เกิดจิตรังเกียจขึ้น แต่เมธีจะต้องแปรเปลี่ยน ระงับความเกลียดชังและแค้นเคือง เป็นเพราะเคยถูกกลุ่มดังกล่าวนี้ ทำร้ายมาในอดีตชาติ จึงทำให้เมธีทุกท่านเห็นแล้ว อยากฆ่า
แมงกับแมลง เวไนยญาณยังไม่สมบูรณ์ จึงไม่สามารถตัดสินผิดถูกได้ แต่เมธีทุกท่านต่างมีธรรมญาณสมบูรณ์ ยังมีสติสัมปชัญญะอยู่ จึงตัดสินผิดถูกได้ เรามาปล่อยสัตว์เหล่านี้ ให้มีชีวิตอยู่ได้ นอกจากนั้น ยังอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เขาด้วย ช่วยให้เขาเหล่านั้นรวมญาณสมบูรณ์ได้เร็วขึ้น มีโอกาสได้กลับตัวเร็วขึ้น
เวไนยชาติกำเนิดสี่ อยู่ในสภาวะเวียนว่ายของกรรมสนอง น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง และถูกบังคับอยู่ในร่างของเดรัจฉาน ดังนั้น กรรมที่สนองจึงยิ่งน่าสงสารเวทนา ตัวเองหมดปัญญาที่จะหลุดรอดได้
เมธีทุกท่านต้องตรึกตรองให้ดีๆ ลองคิดดู ทำไมเกิดเป็นเดรัจฉานแล้ว ตายไปยังต้องเวียนกลับมาเกิดเป็นเดรัจฉานอีก นั่นคือ สันดาน ทำให้เขาปฎิสนธิจิตเป็นเดรัจฉาน
ลองย้อนกลับมาคิด ตัวเองต้องกำจัดนิสัยความเคยชินที่ไม่ดีของตนเอง ไม่ควรมีความดุร้าย หากยังมีสิ่งที่ไม่ดีอยู่ในความเคยชินแล้ว ยังมีอะไรที่แตกต่างจากเดรัจฉานอีก มีเพียงร่างกายไม่เหมือนกัน รูปลักษณ์ไม่เหมือนกัน แต่นิสัยความเคยชินที่ไม่ดี หาแตกต่างกันไม่
เกิดเป็นคน ควรจะเข้าใจถึงคุณสัมพันธ์และคุณธรรม สัจธรรมของการโปรดสามโลก ความประพฤติของการเป็นคนดี กล่าววาจาอยู่ในทำนองคลองธรรม กิริยาท่าทางดี ตรึกตรองดี จึงไม่เกิดมาเสียเปล่า หากขาดซึ่งคุณสัมพันธ์และคุณธรรม ไม่มีจิตเมตตา มักคิดถึงแต่ความเ******้ยมโหด จิตใจดุร้าย มีอันใดแตกต่างกับเสือ สุนัข งูพิษ
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากใจ จิตใจเ******้ยมโหดก่อเกิดความดุร้าย สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ที่มีรูปลักษณ์ รวมถึงเมธีทุกท่าน ชาติกำเนิดสี่ ต่างเป็นเวไนยที่มีอารมณ์ความรู้สึก ขึ้นอยู่กับการบำเพ็ญของแต่ละท่าน การแสดงออกของท่าน จะบ่งบอกถึงการบำเพ็ญ
ดังนั้น หากบำเพ็ญได้เป็นอย่างดี จะแสดงออกทางใบหน้า กิริยาอาการ การพูดจา แสดงอาการของคนมีเมตตา กิริยาท่วงท่าอ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย กลับกัน หากในใจคำนึงถึงแต่ความโหดเ******้ยม หน้าตาที่แสดงออกและความประพฤติจะพิลึกพิลั่น
ขอให้เมธีทุกท่านยืนขึ้นอีกครั้ง ลองแสดงออกท่าทางและรับความรู้สึกของนกกำลังบินอีกครั้ง (นักเรียนในชั้นต่างขยับแขนทำท่านกกำลังบิน)
หากทุกคนไม่ทุ่มเทและเข้มแข็งในการบิน แต่กลับหยุดบิน จะถูกศัตรูจับกิน ดังนั้น จึงต้องบากบั่นในการบิน ขณะบินรู้สึกทุกข์ ไม่บินยิ่งทุกข์กว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เดรัจฉานก็เป็นเช่นนั้นเอง จะตกอยู่ในสถานะไปหน้าก็ลำบาก ถอยหลังก็ลำบาก แต่คนกลับชื่นชมและอยากได้การโบยบินเหมือนนก อิสรเสรีสบายใจมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่า พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในระหว่างถูกทำโทษ
นอกจากมือขยับแล้ว ตาต้องมองไปข้างหน้า มองตรงไปข้างหน้า ตาอย่ากระพริบ ไม่วางมือลง ขณะที่นกกำลังบิน ตาจะมองซ้ายขวา ตามองตรงเหมือนปลา ขณะหัวนกเคลื่อนขยับ มักจะเป็นการทำความสะอาดขน หรือบางครั้งเป็นการหาตัวหนอนหรือจุลินทรีย์ที่เกาะตามตัวนก และเกาแก้คัน
นกที่อพยพตามฤดูกาล เมื่อถึงฤดูหนาว ทางเหนืออากาศหนาวเหน็บ นกเริ่มอพยพลงสู่ทางใต้ นกเหล่านี้ต้องบินเป็นระยะทางยาวไกล ได้รับความลำบากทุกข์ทรมานต่างๆ นกเหล่านี้หากไม่อพยพลงใต้ จะได้รับความทุกข์ทรมานจากความหนาวเย็น จึงจำต้องบินลงใต้ ไม่หยุดที่จะกระพือปีกบิน
คนชอบรับประทานไข่ปลา ไข่กุ้ง หรือสัตว์ที่เพิ่งเกิดใหม่ หากลูกตนเองมาอายุสั้นเช่นนี้ หรือเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เป็นพ่อแม่จะเจ็บปวดปานใด หรือว่าลูกที่อยู่ข้างกายเราถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา จะรู้สึกถึงความเจ็บปวดของการถูกพรากจากไป หากรู้จักความเจ็บปวดเช่นนี้แล้ว จึงต้องรู้ว่า การรับประทานสัตว์ที่เพิ่งเกิดแม้แต่ไข่สัตว์ ไข่ปลา ไข่กุ้ง ทำให้เกิดเวรกรรมตามสนอง
เอ้า! ดีแล้ว ทุกคนวางมือลง เชิญนั่ง อย่ารู้สึกว่าทรมาน อย่าบอกว่าเหนื่อย ได้รับความทรมานนิดหน่อย ได้รับความเหนื่อยบ้าง ให้เดรัจฉานชาติกำเนิดสี่ ให้เจ้ากรรมนายเวรได้เห็น ว่า พวกเราเข้าใจถึงความทุกข์ทรมานของพวกเขา เพื่อป้องกันพวกเขาเพิ่มความเคียดแค้น
เหตุเพราะว่าคนมิได้ขมาบาป มิได้แสดงความเสียใจที่ได้ทำผิด ไม่สำนึก ก่อให้เกิดการตามทวงหนี้กรรมเพิ่มขึ้นไม่หยุด ขณะหนี้กรรมติดตามทวงถึงเอาชีวิตกันได้ ดังนั้น จึงต้องหมั่นสำนึกคุณ มีจิตแสดงความเสียใจที่ได้ทำผิด ขอขมาสำนึกบาป เพื่อป้องกันพวกเขาเหล่านั้นยิ่งเพิ่มความเคียดแค้นมากขึ้น
หลังจากจบชั้นเรียนวันนี้แล้ว เมธีต้องอย่าลืมอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ “ในชาตินี้ได้รับประทานเนื้อเวไนย” เผื่อว่า “ชาติที่แล้วได้รับประทานเนื้อเวไนย” เพื่อให้ชั้นเรียนในวันนี้สมบูรณ์
เราได้นำเจ้ากรรมนายเวรของพวกท่าน เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นชาติกำเนิดสี่มาอยู่ตรงนี้ ให้พวกเขาได้ฟังธรรม ให้พวกเขาได้เห็นเมธีทุกท่าน ให้เห็นถึงการขมากรรมว่าถึงระดับไหน เพื่อพวกเขาเหล่านั้น ได้ปล่อยวางจิตที่มีแต่ความเคียดแค้น ช่วยงานการโปรดสามโลกให้ก้าวหน้าต่อ มิต้องมาตามทวงหนี้กรรมอีก ยินดีรับบุญกุศลที่เมธีทุกท่านอุทิศให้ ดังนั้น จึงต้องมีจิตใจที่จะขมาบาป จึงจะละลายความแค้นของเขาเหล่านั้นได้
วันนี้เดรัจฉานมีโอกาสที่จะกลับตัว เป็นเพราะเบื้องบนนิรโทษ ปวงพุทธะต่างช่วยตักเตือน กล่อมเกลาจิตใจ และได้รับการอุทิศส่วนบุญกุศลจากมนุษย์ มิฉะนั้น จะต้องเวียนว่ายอีกร้อยชาติพันชาติ อีกสิบปี ร้อยปี พันปี จึงมีโอกาสได้รวมญาณตนเองได้ครบ ไม่รู้ว่าเดรัจฉานต้องเวียนว่ายไปอีกเท่าไหร่ จึงจะได้เกิดมาเป็นคน เวียนว่ายจนได้เกิดเป็นคน จึงมีโอกาสได้บำเพ็ญธรรม
ดังนั้น ในเวลานี้เป็นโอกาสยากที่จะพบได้อีก จะต้องได้รับความร่วมมือจากเมธีทั้งหลายร่วมช่วยกัน ปวงพุทธะคอยช่วย โดยที่เราจะมองไม่เห็น ช่วยในการกล่อมเกลา ถือโอกาสที่พระธรรมมารดา โปรดเมตตานิรโทษให้พวกเขาได้มีโอกาสรับส่วนบุญจากการอุทิศ ฟังหลักธรรมแล้วเข้าใจ จึงปล่อยวางความแค้นได้ ดังนั้น วิญญาณที่มองไม่เห็นกับคนเดิมที่เป็นมนุษย์ ต่างมีโอกาสได้กลับตัว
เราขอฝากโอวาทไว้ศึกษา ดังนี้
ปากไม่บริโภคเนื้อสัตว์ จะเกิดเจ็บป่วยเกิดโรคร้ายได้อย่างไร
ปากไม่ยินดีกับเนื้อสัตว์ ปลูกฝังจิตเมตตากรุณา มีคุณธรรม
ปากไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ จิตผ่องใสไม่มักมาก การบำเพ็ญราบรื่น
ปากไม่พูดเรื่องมิดีมิร้าย ไม่เกรงกลัวถูกการนินทากล่าวร้าย
ปากไม่พูดวาจาสกปรก มิจฉาวาจา มุสาวาจา วาจายกยอปอปั้น ปากร้ายด่าแช่ง ไม่กลัวการเกิดกรรมปาก
ระมัดระวังวาจาคำพูด ควรต้องระวัง อย่าทำให้ชีวิตการบำเพ็ญผู้อื่นเสียหาย
โดยเฉพาะวรรคสุดท้าย คือควรต้องระวัง
“อย่าทำให้ชีวิตการบำเพ็ญของผู้อื่นเสียหาย”
การทำให้ชีวิตบำเพ็ญผู้อื่นเสียหาย ผลที่ตอบสนองคือ เส้นทางการบำเพ็ญของเราลำบากยากเข็ญ ไม่ราบรื่น มีอุปสรรคมากมายทำให้บรรลุยาก เพราะเราไปทำให้การบำเพ็ญของคนอื่นขาดลง เขาย่อมเกิดความเจ็บแค้น สุดท้ายผลสนองก็กลับมาทำร้ายเรา ทำให้ชีวิตขาดจากการบำเพ็ญ
ดังนั้น เมธีต้องระมัดระวังคำพูด และวาจาเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่ง วาจาเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง พูดดี ส่งเสริมคนได้ พูดไม่ดี ให้ร้ายคนถึงตายได้ ดังนั้น หนึ่งวาจาส่งเสริมให้เป็นคนดีได้ หนึ่งวาจาทำลายให้เสียหายได้
วาจาเหมือนมีดเหมือนอาวุธ พูดกระทบกระเทียบ พูดเย้ยหยัน ทำให้คนไม่คิดอยากบำเพ็ญธรรม หากจิตคิดไม่อยากบำเพ็ญธรรมประกอบกับเจ้ากรรมนายเวรขัดขวาง ทำให้เขาหนีหายจากอาณาจักรธรรมได้
กลับมาพูดถึงเรื่องเดิม คือเหตุเพราะคำพูดของเรา ทำให้เขาเที่ยวออกระเหเร่ร่อน ดังนั้น ต้องระมัดระวังความโกรธแค้นเล้กๆน้อยๆ คำพูดเรื่องเล็กน้อยที่ขาดการระมัดระวัง
ชิงโข่ว ศีลเจบริสุทธิ์ คือ คำพูดที่พูดออกมาสะอาดหมดจด สิ่งที่รับประทานเข้าไปสะอาดบริสุทธิ์ เข้าสะอาด ออกบริสุทธิ์ ปากตนเองหมดจด ดังนั้น มโนคติจึงสะอาดบริสุทธิ์
ในทำนองเดียวกัน มโนคติของเราสะอาดบริสุทธิ์ จึงไม่ก่อเกิดวาจาที่ไม่ดี ดังนั้น กาย ใจ ความคิด ความสำนึก จะต้องบำเพ็ญให้สะอาดหมดจด เป็นไปโดยธรรมชาติ จะไม่มีคำพูดทำร้ายคนอื่น จะไม่พูดโดยไม่ระมัดระวัง นี่คือ ทางที่ทุกคนควรจะบำเพ็ญ
ถึงแม้การบำเพ็ญจะไม่ง่าย แก้ไขเปลี่ยนแปลงนิสัยยาก เหตุที่แก้ไขยาก จึงต้องบำเพ็ญแก้ไข ชาตินี้หากไม่ยอมบำเพ็ญแก้ไข จะไม่เป็นคนบำเพ็ญธรรมที่สมบูรณ์ ไม่เป็นคนชิงโข่วที่สมบูรณ์
คำพูดที่ออกจากปากไม่ใส่ใจระมัดระวัง ไม่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่ใช่คำพูดที่ดีงาม หนี้เวรหนี้กรรมจะตัดขาดได้อย่างไร หนึ่งคำพูดทำให้คนฟังแล้วเสียดแทงหัวใจ ทนไม่ไหว นี่ก็เท่ากับได้เพราะเมล็ดพันธุ์ของเหตุต้นผลกรรมไว้แล้ว เป็นเหตุให้ลงสู่วัฎสงสาร
ถึงแม้เมธีทุกท่าน ปัจจุบันต่างอยู่ในอาณาจักรธรรม เป็นผู้บำเพ็ญยุคขาว ทำบุญกุศลลบล้างหนี้กรรมได้ แต่หากเหตุต้นผลกรรมเล็กๆน้อยๆ ยังไม่ตัดให้ขาด เมธีจะต้องสร้างบุญกุศลอีกเท่าไร จึงจะมาลบล้างหนี้กรรมได้ วาจาไม่สำรวมระมัดระวัง เมธีทุกท่านยิ่งจะต้องสร้างบุญกุศลมากๆ มาลบล้างกรรมปาก หากบวกลบดูแล้วได้ไม่เท่าเสีย “สัตว์น้ำมีมากมายมหาศาล เหตุใดจึงต้องมาเกิดเป็นสัตว์น้ำมากมายอย่างนี้ เพราะว่าได้สร้างกรรมปากไว้มาก จึงได้เกิดเป็นสัตว์น้ำ” คิดๆดู ทำไมสัตว์น้ำถึงมีเยอะอย่างนี้ ยิ่งทำให้ได้รู้ว่า มนุษย์ได้สร้างกรรมปากไว้มากเหลือเกิน
แมง แมลง มด ปลวก ฯลฯ หลังจากรวมญาณได้แล้ว จากนั้นจะต้องไปเกิดเป็นสัตว์น้ำ หรือเกิดในที่ชื้นแฉะ ต้องผ่านแต่ละด่าน แต่ละด่าน ต้องถูกลงโทษแล้วลงโทษอีก ไม่มีหยุด ถูกตัดหนี้กรรมไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด จึงจะรวมญาณได้สมบูรณ์
เมธีทุกท่าน ปัจจุบันนี้ท่านมีกายร่างและจิตญาณสมบูรณ์พร้อม ปากและมโนคติจะต้องหมดจด อย่าสร้างกรรมปากอีก มิฉะนั้น จะตกลงสู่นรกหรือเดรัจฉาน ตกลงสู่ข้างล่าง หมื่นกัปไม่สามารถกลับตัวได้ จะต้องจดจำไว้
เมธีทุกท่าน วันนี้ชั้นเรียนชิงโข่วปัน ความหมายที่แท้จริงของชิงโข่ว ขอให้ฟังให้ชัดเจน จัดการปากตนเองให้สะอาดหมดจด ให้จิตใจตนสะอาดบริสุทธิ์ จึงจะไปช่วยให้คนอื่นสะอาดบริสุทธิ์ได้
หากตนเองไม่สามารถทำให้ตนเองสะอาดหมดจดได้ คิดที่จะช่วยให้คนอื่นสะอาดบริสุทธิ์ คงไม่มีใครยอมรับ จงจดจำไว้ให้ดี
หนึ่งวันนี้ อย่าให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ขอให้ฟังเสียงจากใจของวิญญาณสามภพ ความทุกข์ของวิญญาณสามภพ จึงจะเข้าใจถึงความวิเศษของสามภพ และการปฎิบัติงานสามภพไม่ใช่เรื่องง่าย
เรา พระพุทธกษิติครรภ์ กราบลา
องค์มารดา
ขอให้วิญญาณคนเดิมฟังธรรมต่อ เราพระพุทธกษิติครรภ์แฝงกายอยู่ข้างๆ คอยดูเมธีทุกท่าน เกิดจิตสำนึกต่อเนื่อง ไม่ถอยห่างจากงานธรรม และไม่หน่ายเสียงร้องโอดครวญจากสามภพ
http://www.mindcyber.com/?p=470
http://www.ufoatkaokala11.com/dharma-for-the-world/t1102/